Haijai.com


ดีหรือไม่ดี ถ้าจะมีลูกโทน (ลูกคนเดียว)


 
เปิดอ่าน 502

ดีหรือไม่ดี ถ้าจะมีลูกโทน (ลูกคนเดียว)

 

 

มีลูกคนเดียวพอไหม คำถามเหล่านี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันถึงข้อดี ข้อเสียของการมีลูกโทน หรือลูกคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่หลายคนตั้งใจเรียบร้อยแล้วว่าจะมีลูกสัก 2 หรือ 3 คน ขณะที่คุณพ่อคุณแม่อีกหลายคนพอมีลูกไปแล้ว 1 คน ก็อาจลังเลว่าจะมีลูกอีกคนดีหรือไม่ อาจรอจังหวะ หรือบางทีคุณพ่อและคุณแม่อาจต้องมานั่งปรึกษากันนานว่าจะมีลูกอีกคนดีไหม และเมื่อไร

 

 

การที่คุณพ่อคุณแม่มีลูกเพียงคนเดียวอาจมีหลายสาเหตุ เช่น

 

1.มีลูกคนแรกแล้วรู้ซึ้งว่าการจะมีลูกสักคนเหนี่อยยากเพียงใด (เข็ด) ไหนคุณแม่ จะต้องอุ้มท้องตั้ง 9 เดือน อยากจะกินอะไรก็ต้องระวัง ต้องดูแลสุขภาพให้ดี ต้องบำรุง ต้องไปพบคุณหมอสูตินรี เป็นระยะๆ กว่าจะคลอดไหนจะต้องทรมานตอน เจ็บท้องคลอดอีก ไหนจะต้องเสี่ยงภัยว่าจะมีปัญหาจากการคลอดหรือไม่ อีกทั้งความเหน็ดเหนี่อยในการดูแลลูกน้อย เช่น ต้องตื่นมาให้นมทุก 4-5 ชั่วโมงในช่วงอายุ 4-6 เดือนแรก ความยากลำบากเหล่านี้จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่บางคู่เลือกที่จะมีลูกเพียงคนเดียว

 

 

2.ปัญหาเศรษฐกิจ สู้ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นไม่ไหว ไหนจะค่านม ค่าจ้างพี่เลี้ยง ค่าเล่าเรียนกว่าลูกจะโต กว่าจะโตใช้เงินทองอีกไม่รู้เท่าไร ยิ่งปัจจุบันนี้คุณพ่อคุณแม่อาจต้องช่วยเหลือ ส่งเสียไปนาน เช่น อาจจะต้องถึงระดับปริญญาโทกว่าจะเริ่มทำงานมีเงินเดือนพอพึ่งตัวเองได้

 

 

3.มีลูกยาก เช่น ต้องรักษาภาวะมีบุตรยาก (ทำกิฟ อิคซี่) กว่าจะมีลูก 1 คนต้องรอคอยหลายปี คุณแม่หลายคนเจ็บปวดกับขั้นตอนการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น ต้องฉีดยากระตุ้นการตกไข่หลายครั้ง บางรายใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีลูกได้สักคน

 

 

4.แต่งงานเมื่ออายุมากแล้วจึงมีลูกได้เพียงคนเดียว

 

 

5.ปัญหาชีวิตสมรสเริ่มไม่ราบรื่น ไม่กล้าเสี่ยงกับการมีลูกคนต่อไป เพราะไม่แน่ใจว่าจะทะเลาะกันรุนแรง หรือต้องหย่าร้างกันหรือไม่ในอนาคต

 

 

6.ลูกคนแรกพิการไม่สมบูรณ์ เช่น บกพร่องทางสติปัญญา ออทิสติก หรือเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องทุ่มเทเวลาในการดูแล

 

 

7.ปัญหาทางพันธุกรรมที่ทำให้เสี่ยงถ้าจะมีลูกคนต่อไป เช่น โรคฮีโมฟิเลีย (ทำให้มีปัญหาเลือดออกง่ายกว่าปกติ) โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย การที่เด็กเกิดมาเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ดีหรือไม่อย่างไร เราจะได้มาพูดคุยกันต่อไป

 

 

ถ้าเพชรหาได้ง่ายเหมือนทรายตามชายหาด

 

พ่อแม่ยุคปัจจุบันมีลูกน้อยลง ครอบครัวส่วนใหญ่มีลูกเพียง 1-2 คน ต่างจากในสมัยก่อน โดยเฉพาะถ้ามีลูกเพียงคนเดียว เป็นธรรมดาที่พ่อแม่มักจะรู้สึกว่าลูกมีค่ามาก ทุ่มเททุกอย่างให้ลูก เพราะของน้อยหาได้ยากมักมีค่า เปรียบเหมือนเพชรมีค่ามากก็เพราะเป็นอัญมณี ที่หาได้ยาก ถ้าเพชรหาได้ง่ายเหมือนทรายตามชายหาดมันอาจจะหมดค่าทันที

 

 

จริงหรือไม่ที่ว่าลูกโทนมักเอาแต่ใจตัวเอง

 

การลูกเพียงคนเดียว ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกมีค่ามากเปรียบเหมือนเพชรล้ำค่าดังที่กล่าวมาแล้ว เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของครอบครัว ทุกคนพร้อมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกดังนั้น จะเห็นว่าพ่อแม่ที่มีลูกคนเดียวหรือมีลูกยาก เช่นต้องรอคอย 5 หรือ 10ปีกว่าจะมีลูก มักจะทำให้พ่อแม่มีแนวโน้มปกป้องและตามใจลูก (overprotection) มากกว่าปกติ ดังนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่มีลูกโทนแล้วปกป้องมากเกินไป ทำให้ลูกทุกอย่าง ไม่ฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองตามวัย ยอมตามใจลูกทุกเรื่อง ก็เป็นไปได้มากที่ลูกโทนจะ เติบโตขึ้นมากลายเป็นเด็กค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง

 

 

เด็กคือสีสันของครอบครัว

 

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้โดยเฉพาะตอนมีลูกคนแรก ทันทีที่มีลูก ครอบครัวเดิมที่มีเพียงคู่สามีภรรยาก็เปลื่ยนสภาพไป กลายเป็นครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูก เห็นด้วยไหมครับว่าความเป็นเด็ก และความน่ารักของลูก สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับคน เป็นพ่อแม่ไม่รู้ต่อเท่าเท่าไร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อไปถึงญาติคนอื่นๆ เช่น ปู่ย่าตายายอีกด้วยดังคำพูดที่ว่าการมีหลานน่ารักๆ ช่วยต่ออายุให้ปู่ย่าตายาย ดังนั้นการมีลูกหลายคนก็อาจสร้างสีสรรให้ครอบครัวได้มากกว่าการมีลูกคนเดียว เปรียบเหมือนการแต่งแต้ม ภาพเขียนด้วยหลายโทนสี

 

 

มีลูกแค่คนเดียวเกิดเป็นอะไรไปจะทำยังไง

 

เป็นเหตุผลของปู่ย่าตายายส่วนหนึ่งที่มักเตือนพ่อแม่ที่ตั้งใจจะมีลูกเพียงคนเดียวว่าถ้าลูกเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ตายจากเราไป ก็จะไม่เหลือลูกเลยสักคน ท่านคง เน้นที่ว่าเมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าก็จะไม่มีคนคอยดูแล แต่อาจมีผู้แย้งว่าลูกแต่ละคน ทดแทนกันไม่ได้ เช่น ถ้าสูญเสียพี่ไป ใช่ว่าน้องจะเป็นตัวแทนพี่ได้ เนื่องจากลูกแต่ละคนมีคุณค่าเฉพาะตน และเป็นปัจเจกบุคคลซึ่งแตกต่างกัน

 

 

ข้อดีของการมีลูกคนเดียว

 

1.พ่อแม่มีเวลาในการดูแลลูกเต็มที่โดยทุ่มเทได้ทั้งเวลา และคุณภาพในการเลี้ยงดูลูก

 

 

2.ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลดลง สามารถนำเงินส่วนที่เหลือไปเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ลูกได้ เช่นส่งเสริมเรื่องการศึกษา ดนตรี กีฬา ศิลปะ

 

 

3.ความเครียดของคุณพ่อคุณแม่ลดลง เนื่องจากยิ่งมีลูกมากก็มักมี เรื่องให้เครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คู่สามีภรรยามีเวลาใช้ชีวิตคู่กันมากขึ้น เช่นแอบไปฮันนีมูนต่างประเทศรอบ2 กันเพียง2คน ซึ่งถ้ามีลูกเพียงคนเดียวก็ย่อมง่าย และสะดวกใจกว่าที่จะฝากลูกไว้กับญาติ

 

 

4.ตัดปัญหาพี่น้องทะเลาะกัน ซึ่งเป็นปัญหาน่าปวดหัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายคน

 

 

ข้อด้อยของการมีลูกคนเดียว

 

1.การลูกเพียงคนเดียวทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกมีค่ามากจะทำให้พ่อแม่มีแนวโน้มปกป้อง และตามใจลูกมากกว่าปกติดังได้กล่าวมาแล้ว จึงทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะทำอะไรโดยเอาแต่ใจตัวเองจนติดเป็นนิสัย

 

 

2.ลูกขาดโอกาสเรียนรู้การอยู่ร่วมกับเด็กอื่นโดยเฉพาะพี่น้อง เนื่องจากการมีพี่น้อง อาจมีความขัดแย้งหรือทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดา แต่นั่นจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะในการการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การประนีประนอม และการแบ่งปัน

 

 

3.เหงา ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก เช่นเวลาลูกคนเดียวเติบโตขึ้นแล้วต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ไปเรียนต่างประเทศ
หรือแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเหงาแน่นอน ตัวลูกโทนเองก็อาจบ่นกับคุณพ่อคุณแม่ว่าเหงา อยากมีพี่มีน้องเหมือนคนอื่นเขาบ้าง เวลาไปเที่ยวทะเลกันก็ไม่สนุก ตื่นเต้นเหมือนไปกับพี่น้องหลายคน

 

 

4.ขาดแบบอย่างที่ดีในการเลียนแบบ (role model) เช่น พี่ที่เรียนหนังสือเก่ง มีความสามารถด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ ก็มักเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องเอาอย่าง และลอกเลียนแบบ

 

 

ทั้งนี้ ทั้งนั้นการมีลูกคนเดียวอาจไม่มีความหมายใดๆ เลย ถ้าการดูแลเลี้ยงดูของพ่อแม่มีคุณภาพ และจะเป็นการดีมากถ้าคุณพ่อคุณแม่จะพยายามลดผลกระทบของข้อด้อย เช่น ไม่ยอมตามหรือปกป้องลูกมากจนเกินไป สอนให้ลูกรู้กฏเกณฑ์ ระเบียบวินัย รู้จักรับผิดชอบ ช่วยเหลือตัวเอง พร้อมกับเสริมทักษะด้านสังคมให้ลูก อีกทั้งเสริมจุดเด่นของข้อดี เช่น การที่คุณพ่อคุณแม่มีจะเวลาทุ่มเทให้เขาอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้ลูกโทนเติบโต และพัฒนาขึ้นมาอย่างมีคุณภาพไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไปเลย

 

 

ที่มา : นพ.กมล แสงทองศรีกมล
กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ