Haijai.com


หลักการเลือกคู่ครอง ในสังคมยุคใหม่


 
เปิดอ่าน 2127

เลือกคู่

 

 

ในโอกาสวันแม่ หลายๆ ท่านที่เป็นแม่ก็คงสดชื่นกับเทศกาลนี้ แต่อีกหลายท่านอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจนัก โดยเฉพาะท่านที่ไม่แน่ใจกับคำว่า “แม่” แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเราทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ต้องมีแม่ ความจริงเป็นวัฒนธรรมที่ดีที่จะแสดงความรักต่อกัน ในสมัยก่อนมีธรรมเนียมที่ต้องมีการดูตัว เพื่อเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูก ปัจจุบันข้อคิดในการเลือกคู่ครองเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หนุ่มสาวส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกคนที่จะมาเป็นพ่อแม่ให้กับลูกด้วยตัวเอง เราอาจจะมีคนรักหรือคนที่ชอบพอหลายคน แต่จริงๆ แล้วจะเลือกเพียงคนเดียวมาเป็นคู่ครอง

 

 

สมัยก่อนผู้ใหญ่จะเข้ามามีบทบาทค่อนข้างมาก ในเรื่องการเลือกคู่ครอง โดยอาจจะใช้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาในการพิจารณาว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงลักษณะอย่างไร ที่เมื่อแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้ว จะทำให้เกิดความสุขขึ้น แต่ว่าธรรมเนียมอย่างนี้คงใช้ได้ลำบากในปัจจุบัน เพราะว่าหนุ่มสาวก็มีอิสระและเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ถ้าให้ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการเรื่องชีวิตแต่งงาน แม้ว่าผู้ใหญ่จะได้เลือกอย่างดีแล้ว แต่ความที่ต้องการมีอิสระในชีวิตตัวเองมาก จึงอาจทำให้ไม่สามารถรักษาความรู้สึกที่ดีต่อคู่สมรส ที่ผู้ใหญ่เลือกหาให้ได้

 

 

สำหรับคนหนุ่มสาวความรักเป็นสิ่งที่มีความหมายมากมายทีเดียว การตัดสินใจแต่งงานก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกันอย่างแท้จริง มากกว่าที่จะตัดสินใจแต่งงานด้วยความรักแรกพบ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าความรักแรกพบไม่ดี แต่เป็นข้อที่พึงระวังว่า “ความรักแรกพบเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจ จนกระทั่งนำไปสู่ชีวิตแต่งงานได้” เราต้องการเวลาในการเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกัน ซึ่งต้องการเวลาของการเป็นคู่รักในระยะเวลาหนึ่ง

 

 

หลักในการเลือกคู่

 

 ความรักต้องมีความผูกพัน เป็นข้อแรกที่สำคัญ เราควรมีความเข้าใจในเรื่องความรักที่ถูกต้อง ความรักต้องมีความผูกพันและความปรารถนาดีต่อกัน ความรู้สึกที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามร่วมกัน ต้องมองว่าคนรักของเราในขณะนี้มีความรู้สึกต่อกันอย่างที่กล่าวหรือไม่ ความผูกพันนี้ต้องมากพอ จึงจะนำไปสู่การใช้ชีวิตสมรสร่วมกันได้

 

 

 ศึกษาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน การมาใช้ชีวิต มาทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ มีความรับผิดชอบมากกว่าแค่ตอนรักกัน การแต่งงานเป็นเรื่องของการที่ต้องมารับผิดชอบร่วมกัน เข้ามาใช้ชีวิตแก้ปัญหาด้วยกัน มิใช่เพียงแค่มาอยู่ด้วยกันเฉยๆ เพราะฉะนั้นจึงควรพยายามศึกษาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ลองเรียนรู้ชีวิตและลักษณะของแต่ละฝ่าย ค่อยๆ ทำความเข้าใจกันและกัน แล้วลองพิจารณาดูว่าคุณรักอีกฝ่ายมากขนาดไหน มีความเข้าใจกันมากพอที่จะเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันหรือยัง อย่าตั้งความหวังว่าแต่งงานไปแล้วทุกอย่างคงดีขึ้นเอง แต่งงานไปแล้วเขาคงเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราต้องการ ขอให้คิดว่าหากเขาไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นอย่างดีต่อไปตลอดชีวิตการแต่งงาน เราจะยังคงรักเขาหรือว่าจะยังคงอยู่กับเขาได้ต่อไปหรือไม่ ยิ่งมีลูกความรับผิดชอบยิ่งต้องมีเพิ่มมากขึ้น

 

 

 ความเป็นไปได้ในการใช้ชีวิตร่วมกัน ประการต่อไปที่ควรจะต้องดูคือ ความไปด้วยกันได้ในเรื่องของนิสัยใจคอ บุคลิกภาพ หรือวุฒิภาวะของแต่ละคน เพราะเมื่อไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ส่วนที่จะอยู่ด้วยกันจริงๆ ก็คือ นิสัยใจคอของแต่ละคน บุคลิกภาพของแต่ละคน อย่าไปตั้งความหวังว่า หลังจากแต่งงานแล้วเขาจะเปลี่ยนนิสัยอย่างที่เราต้องการ หรืออาจจะมีอีกหลายๆ อย่าง ที่เรายังไม่เห็นจากช่วงที่เป็นคู่รักกัน โดยเฉพาะคู่ที่รู้จักกันในระยะเวลาที่สั้นมาก เพียงไม่กี่เดือนก็เข้าสู่ชีวิตแต่งงาน เพราะเท่ากับว่าเราไปเรียนรู้นิสัยใจคอของกันและกัน หลังจากที่แต่งงานไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หลายคู่อาจจะแต่งงานทั้งที่คบกันสั้นๆ แบบนี้ แต่มีความสามารถที่ดีในการแก้ปัญหาในชีวิตสมรส จึงประสบความสำเร็จชีวิตได้ บุคลิกภาพที่อาจกระทบการทำหน้าที่พ่อแม่ เช่น เอาแต่ใจตัวเอง ไม่รับผิดชอบ หรือขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ คือ อารมณ์ไม่เป็นผู้ใหญ่พอ โกรธง่าย ทำลายข้าวของ อยากจะเอาชนะ สิ่งเหล่านี้อาจจะลุกลามใหญ่โตไปจนกระทั่งไม่สามารถรักษาชีวิตสมรสไว้ได้

 

 

 สภาพแวดล้อมของสองฝ่าย เป็นเรื่องที่อาจจะต้องนำมาพิจารณาบ้าง เช่น เรื่องของการศึกษา อาชีพเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคมและวัฒนธรรม เรื่องเหล่านี้สำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่ อาจจะมองว่ารักกันที่ตัวเขาก็เพียงพอ สิ่งที่อยู่รอบตัวเขาคงไม่ต้องใส่ใจ ความจริงถ้าให้ความสนใจบ้างก็จะเป็นการดี เพื่อที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น เรื่องฐานะทางสังคม แม้ว่าความแตกต่างกันของฐานะทางสังคมมิได้กำหนดความสำเร็จในชีวิตแต่งงาน แต่หลายครั้งอาจจะถูกแรงกดดันจากคนที่อยู่รอบข้าง ถูกเพ่งเล็ง ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ อาจจะทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือความคับข้องใจขึ้นมาได้ ถ้าหากเราต้องเผชิญสถานการณ์อย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ต้องถามใจตัวเองว่า มีความเข้มแข็งหรือมีความพร้อมที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ภายใต้สภาวะที่แตกต่างกันมาก นำไปสู่ความสนใจที่ต่างกัน หรือเกิดความรู้สึกที่ไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เผลอพูดกันไปพูดกันมากลายเป็นกระทบกระทั่งกัน คงจะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน อาจจะต้องยอมยืดหยุ่นบทบาทบางอย่าง เช่น ฝ่ายชายอาจจะดูแลเรื่องภายในบ้านมากกว่าผู้หญิง ในสังคมยุคใหม่อย่างนี้ ต้องเดใจให้กว้างขึ้น

 

 

วันแม่ปีนี้คนที่มีแม่แล้ว ก็แสดงความรักต่อแม่ คนกำลังคิดจะเลือกแม่หรือเลือกพ่อ เพื่อให้ตนเองได้เป็นแม่ ถ้าคิดว่าอยากจะแต่งงานก็ขอให้พิจารณาและไตร่ตรองให้รอบคอบ เพื่อให้พร้อมที่จะเป็นแม่และพ่อของลูกอย่างแท้จริง

 

 

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ