Haijai.com

10 ข้อผิดพลาดของ พ่อแม่มือใหม่

10 ข้อผิดพลาดของ พ่อแม่มือใหม่


 
เปิดอ่าน 809

10 ข้อผิดพลาดของ พ่อแม่มือใหม่

 

 

ความผิดพลาด อาจเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิตแต่สำหรับการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยแล้ว ยิ่งผิดพลาดน้อยที่สุดก็ยิ่งดีใช่ไหมคะ เพราะการผิดพลาดแต่ละครั้งอาจทำให้เจ้าตัวน้อยป่วยกาย หรือแย่ไปกว่านั้นอาจป่วยใจในระยะยาวได้ การเลี้ยงดูลูก โดยเฉพาะในช่วงขอบปีแรกของชีวิต มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการวางพื้นฐานทางอารมณ์ให้กับลูกต่อไปในอนาคต แต่กระนั้นความผิดพลาดก็อาจเกิดขึ้นได้ โอยเฉพาะสำหรับพ่อแม่มือใหม่ แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจหรือทำไปด้วยเจตนาที่ดี แต่บางทีผลลัพธ์ก็อาจไม่ดีอย่างที่คิด ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าค่ะว่า 10 ข้อผิดพลาดที่มักเกิดกับพ่อแม่มือใหม่มีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้รู้ทัน และสร้างความผิดพลาดกับลูกน้อยของเราให้น้อยที่สุด

 

 

1.ตื่นตระหนกไปเสียทุกเรื่อง

 

เข้าใจค่ะว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมเป็นห่วงลูก แต่หากคุณตกใจทุกครั้งที่ลูกแหวะนม กังวลใจทุกทีที่ลูกส่งเสียงร้อง ย่อมไม่ดีแน่ เพราะทารกนั้นรับรู้ความรู้สึกของคนรอบข้างได้ไวมากๆ หากคุณแม่กังวลอยู่ตลอดเวลาอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเจ้าตัวน้อยด้วย หากคุณกังวลอยู่เสมอในเกือบทุกเรื่อง ทุกๆ วัน เช่น วันนี้ลูกยังไม่ถ่ายเลย เอ๊ะ ทำไมวันนี้ถ่ายเยอะจัง, ทำไมวันนี้ไม่ร้องไห้, เอ๊ะ กินนมพอหรือเปล่านะฯ หากสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน คุณอาจกำลังสูญเสียโอกาสที่จะเล่นสนุก และมีความสุขกับลูกในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตเจ้าตัวน้อย ขอให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าร่างกายของทารกนั้นมีความสามารถในการปรับตัว และฟื้นไข้ได้ดีกว่าที่คุณคิด

 

 

2.ไม่ปล่อยให้ลูกร้องไห้ (บ้าง)

 

พ่อแม่ส่วนใหญ่.. มักคิดว่าหน้าที่ของการเป็นพ่อแม่คือทำทุกอย่างให้ลูกหยุดร้องไห้ ทั้งนี้เป็นเพราะเราใช้ชุดความคิดแบบผู้ใหญ่ของเราเข้าไปตัดสินว่าการร้องไห้ เท่ากับเราเศร้าหรือมีบางอย่างผิดปกติ แต่สำหรับทารกแล้วการร้องไห้เป็นเรื่องธรรมชาติ การร้องไห้เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นทารก แม้ผ้าอ้อมจะแห้ง กินนมจนอิ่ม นอนหลับสบาย หนูน้อยก็ยังร้องไห้ได้แม้ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ใช่ว่าจะปล่อยให้ลูกร้องไห้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ปลอบนะคะ เพียงแต่อยากให้เข้าใจว่าการร้องไห้นั้นเป็นเรื่องธรรมดาของทารก แต่เมื่อใดที่หนูน้อยมีอาการไข้ มีผื่นแดง อาเจียนไม่หยุด หรือความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายร่วมกับการร้องไห้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

 

 

3.ปลุกลูกมากินนม

 

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ มักเข้าใจผิดว่านมแม่ไม่เข้มข้นมากพอที่จะทำให้ทารกอิ่มตลอดทั้งคืนได้ จึงปลุกลูกขึ้นมากินนมกลางดึก ซึ่งความจริงแล้วหากทารกไม่ตื่นมาร้องไห้งอแง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปลุกเขาขึ้นมาค่ะ เป็นการดีมากกว่าหากทั้งคุณ และลูกจะได้นอนหลับต่อเนื่องนานขึ้น

 

 

4.สับสนระหว่างแหวะนมกับอาเจียน

 

การแหวะนม และการอาเจียน ต่างกันที่ความถี่ค่ะ หากเจ้าตัวน้อยอาเจียน เพราะมีไวรัสในท้อง ร่างกายของลูกจะขับของเสียด้วยการอาเจียนทุกๆ 30-45 นาที แม้ว่าลูกจะได้กินนมหรือไม่ก็ตามแต่หากเป็นการแหวะ แม้จะพุ่งแรงไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้อง ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นหลังจากให้นมเสร็จเพียงไม่กี่นาที

 

 

5.ไม่ใช้เบาะนั่งนิรภัย

 

แม้ว่าในประเทศไทยจะไม่มีการบังคับใช้เบาะนิรภัย… หรือ Car Seat แต่เพื่อความปลอดภัยของลูก การให้เจ้าตัวเล็กนั่งเบาะนิรภัยขณะเดินทางก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจได้ประการหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้ลูกได้อยู่ด้วยตัวเอง นั่งมองวิวไปเพลินๆ คุณแม่ก็ได้มีเวลาผ่อนคลายบ้างระหว่างเดินทาง อย่างไรก็ตาม การใช้เบาะนิรภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องเลือกขนาดที่เหมาะกับวัยของลูก และติดตั้งให้ถูกวิธีด้วย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนทุกวันนี้ร้ายแรงขึ้นทุกวัน และเบาะนิรภัยก็อาจช่วยให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

 

 

6.ลูกเป็นไข้ ไม่เป็นไรเรื่องเล็ก

 

หากเจ้าตัวน้อยมีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 38 องศา… โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ๆ ค่ะ คุณพ่อคุณแม่บางรายคิดว่า เดี๋ยวให้ยานํ้าลดไข้ก็หายแล้ว แต่สำหรับเด็กอ่อนขนาดนี้ร่างกายยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเองได้ หนูน้อยจำเป็นต้องไดรั้บการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรให้ยาลูกเองเด็ดขาดอย่างไรก็ตาม หากลูกมีไข้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับวัคซีน ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งคุณหมออาจให้คำแนะนำก่อนกลับบ้านแล้ว แต่หากไข้ไม่ลดหรือมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นควรพาลูกกลับไปพบแพทย์เช่นกัน

 

 

7.ไม่ใส่ใจสุขภาพช่องปาก

 

ถึงแม้ว่าฟันยังไม่ขึ้น แต่ก็ไม่เร็วเกินไปหากจะเริ่มใส่ใจสุขภาพช่องปากของลูกตั้งแต่วันนี้ ซึ่งสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ

 

-ใช้ผ้าก๊อซพันนิ้วมือ เช็ดเหงือกให้ลูกอย่างสมํ่าเสมอ

 

-เริ่มให้ใช้แปรงสีฟัน เมื่อลูกอายุ 1 ปี

 

-เมื่อฟันลูกเริ่มขึ้น ควรให้ลูกหยุดกินนมในเวลานอนเพราะจะเพิ่มโอกาสให้ลูกเกิดฟันผุได้ง่าย

 

 

8.รับข้อมูลมากเกินไป

 

ทุกวันนี้มีข้อมูลข่าวสารเรื่องการเลี้ยงลูกมากมายไปหมด…ไหนจะคำแนะนำจากคนใกล้ชิด ไหนจะสารพัดเพจการเลี้ยงลูกในเฟชบุ๊ค ทั้งยังคู่มือต่างๆ การรับข้อมูลมากไปอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความเครียดได้ ควรใช้วิจารณญาณ และเลือกรับข้อมูลอย่างมีสติเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป คำแนะนำแบบหนึ่งอาจเหมาะกับเด็กคนหนึ่ง แต่อาจไม่ได้ผลกับลูกของคุณ ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกของคุณผิดปกติ เหนือสิ่งอื่นใดสัญชาตญาณของการเป็นพ่อแม่จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจได้เองว่า สิ่งที่คุณกำลังทำเพื่อลูกนั้นถูกต้องหรือไม่

 

 

9.ทะเลาะกันมาก (หรือน้อย) เกินไปต่อหน้าลูก

 

การทะเลาะกันไม่ใช่สิ่งที่ดี… แน่นอนค่ะ หนูน้อยวัยเพียง 3 เดือนรับรู้ความตึงเครียดที่มาจากความขัดแย้งในครอบครัวไดอย่างไรก็ตามการขัดใจหรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตคู่ หากคุณถกเถียงด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ใช้ถ้อยคำหรือความรุนแรง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ ทั้งเจ้าตัวน้อยยังได้เรียนรู้เรื่องความต่าง และการใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องกดเก็บไว้ เพราะคุณอาจระเบิดออกมาในภายหลังซึ่งแย่ยิ่งกว่า ถามตัวเองดูว่าคุณทะเลาะกันบ่อยไหม รุนแรงไหม หากบ่อยเกินไป และเต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง คุณควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เพื่อลูกแล้วละค่ะ

 

 

10.ไม่ใส่ใจชีวิตคู่

 

แม้ว่าการเป็นพ่อแม่มือใหม่จะเป็นงานหนัก… เหนื่อย และเพลีย แต่การไม่ใส่ใจคนข้างกาย อาจทำให้ชีวิตของคุณเพลียหนักกว่าเดิม ถึงจะไม่มีเวลาโรแมนติกเหมือนก่อน แต่การพูดจาให้กำลังใจคุณแม่ส่งเสริมให้คุณพ่อมีบทบาทในการช่วยดูลูกมากขึ้น คุณพ่อคอยให้กำลังใจอย่างสมํ่าเสมอ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง กอดกันบ้าง ยิ้มให้กันบ้าง ก็จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างชีวิตแต่งงาน และบทบาทของการเป็นพ่อแม่ได้

 

 

ความผิดพลาด เป็นเรื่องปกติของชีวิตค่ะ ไม่ว่าใครก็พลาดกันได้ แต่เมื่อพลาดแล้วก็ขอให้ค้ความผิดพลาดนัั้นเป็นบทเรียนนำไปสู่่การพัฒนาเพื่อให้คุณได้เป็นพ่อแม่ที่ดีกว่าเดิม ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เป็นพ่อแม่ที่รักและใส่ใจ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยเติบโตมาเป็นคนคุณภาพของสังคมเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว จริงไหมคะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : 10 ข้อผิดพลาดของ พ่อแม่มือใหม่