Haijai.com


ลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน พ่อแม่จะรู้ได้ยังไง


 
เปิดอ่าน 3197

ลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน พ่อแม่จะรู้ได้ยังไง

 

 

คุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไร เมื่อเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติที่ห้ามกันไม่ได้ การทำความเข้าใจกับลูกช่วงวัยรุ่นนั้น คงเป็นเรื่องลำบากใจไม่ใช่น้อย แต่ในเมื่ออดห่วงไม่ได้ ปล่อยไปก็ไม่ดี อย่าเพิ่งวิตกจนเกินไป สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สุขภาพดีมีคำตอบค่ะ

 

 

ทำความเข้าใจกับวัยรุ่น

 

เมื่อพูดถึงวัยรุ่น คือช่วงอายุตั้งแต่ 12-18 ปี เป็นวัยกำลังเรียน และวัยที่กำลังอยากรู้อยากลองอยู่ตลอดเวลา จากสดิติพบว่า ปัจจุบันเด็กไทยเป็นหนุ่มสาวกันเร็วขึ้น คือ เด็กหญิงเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกอายุ 12-13 ปี จากเดิมที่เริ่มช่วงอายุ 13-14 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในวัยที่น้อยลงอีกด้วย คือ อายุ 12-15 ปี ในพ.ศ. 2554 (ในปี พ.ศ.2545-2552 อายุ 15-16 ปี) จากสถิตินี้เองที่ทำเอาคุณพ่อและคุณแม่เป็นกังวลตามๆ กัน ดังนั้น เพศสัมพันธ์ในวัยเรียนจึงเป็นเรื่องที่ควรเข้าใจสาเหตุและให้ความสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน

 

 

ทำไมลูกต้องมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

 

 ปัจจัยทางร่างกาย

 

ในวัยรุ่นนี้ไม่ว่าลูกสาวหรือลูกชายจะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทั่วไป เช่น ความสูงและน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงทางเพศ “เริ่มเป็นสาวเป็นหนุ่ม” ซึ่งในเพศชายจะมีนมแตกพาน เสียงแตก หนวดขึ้น มีฝันเปียก ส่วนเพศหญิงจะมีเต้านมขยายใหญ่ เริ่มมีทรวดทรงองค์เอว สะโพกผาย และเริ่มมีประจำเดือน นอกจากนี้ทั้งสองเพศจะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มเปลี่ยนไปเป็นแบบผู้ใหญ่มากขึ้น มีขนบริเวณอวัยวะเพศ มีกลิ่นตัว มีสิวขึ้น เนื่องจากในวัยนี้มีการหลั่งฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนของการเจริญเติบโตอย่างมากและรวดเร็ว

 

 

 ปัจจัยทางจิตใจ

 

เป็นวัยที่เริ่มอยากรู้อยากลอง จะมีความสามารถคิด วิเคราะห์สิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้งใกล้เคียงกับผู้ใหญ่มากขึ้น แต่จะมีความหุนหันพลันแล่น ขาดความยั้งคิด ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ นอกจากนี้วัยรุ่นจะเริ่มมี Identity คือตัวตนของตัวเอง สนใจภาพลักษณ์ตังเองแคร์สายตาและความคิดของผู้อื่นต้องการยอมรับ และต้องการความเป็นอิสระ

 

 

หากมีอุปสรรค์หรือความกดดันต่อการเจริญเติบโตทางจิตใจเกิดขึ้น พฤติกรรมต่างๆ อาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ได้ เช่น ยอมมีเพศสัมพันธ์เพียงเพราะต้องการความรัก การยอมรับจากแฟน หรือการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ หรืออาจขาดความยั้งคิดในสถานการณ์ที่ได้อยู่กันลำพังสองคน

 

 

 ปัจจัยทางสังคม

 

ช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่ให้ความสำคัญกับเพื่อน หรือสังอื่นๆ มากกว่าพ่อแม่หรือครอบครัว เริ่มสนใจเพศตรงข้าม ที่สำคัญคือสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสื่อออนไลน์ที่ล่อแหลมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กว้างขวางมากขึ้น วัยรุ่นสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้อาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบผิดๆ ตามสื่อ นอกจากนี้ยังมีค่านิยมต่างๆ เกิดขึ้นในสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ “เก็บแต้ม” ก็เป็นผลเสียต่อตัวเอง ผู้อื่น และสังคม

 

 

หลากปัญหาเมื่อลูกมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

 

 ผลทางร่างกาย เช่น เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ หนองใน ซิฟิลิส เป็นต้น หรือมีการตั้งครรภ์ในวัยเรียน อาจทำให้เกิดปัญหาทการทำแท้งที่ไม่ถูกวิธีและอาจนำไปสู่การตกเลือด จนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

 

 

 ผลทางจิตใจ หากมีการปรับตัวที่ผิดปกติไป อาจทำให้ความมั่นใจในตนเองลดลง กลายเป็นโรคซึมเศร้า และมีโรคทางจิตเวชอื่นตามมา

 

 

 ผลทางสังคม เช่น อาจโดนให้ออกจากโรงเรียนหากตั้งครรภ์ในวัยเรียน โดนสังคมรอบข้างประณาม และมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลลูก ที่เกิดจากแม่ที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนอีกด้วย

 

 

รู้ได้อย่างไรว่าลูกมีเซ็กส์

 

ต้องยอมรับว่า การสังเกตลูกจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เว้นเสียแต่พ่อแม่จะเห็นกับตาตอนที่ลูกกำลังมีเพศสัมพันธ์จริงๆ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป เราอาจมีวิธีสังเกตโดยอ้อม เช่น การพกถุงยางอนามัย การรับประทานยาคุมกำเนิด การอยู่ตามลำพังสองคนกับแฟน หรือหมกมุ่นเรื่องทางเพศ เช่น สนใจสื่อต่างๆ แนวแฟชั่น โป๊เปลือยมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นทางอินเทอร์เน็ต หรือตามนิตยสารต่างๆ  

 

 

ทำอย่างไรเมื่อลูกมีเซ็กส์ก่อนวัยอันควร

 

1.ตั้งสติ สิ่งสำคัญที่สุดคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งโวยวายหรือต่อว่าไป เนื่องจากจะทำให้ลูกรู้สึกอายและเสียใจต่อการกระทำมากขึ้น อาจเกิดการต่อต้านหรือซึมเศร้าตามมา ดังนั้น ควรทำความเข้าใจ โดยหันหน้าคุยกันดีๆ การต่อว่าโดยตรง จะทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านแย่ลง พ่อแม่ต้องเข้าใจในตัวลูกและทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อแม่เป็นพวกเดียวกับเขา เป็นเพื่อนเขา เขาสามารถปรึกษาพ่อแม่ได้หากเขาต้องการ ยิ่งทำตัวเป็นศัตรู ก็จะยิ่งนำเขาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงมากขึ้น

 

 

2.หากพบว่า ลูกสาวมีเพศสัมพันธ์ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย เพื่อป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ ตรวจดูว่าถูกทำร้ายร่างกายหรือโดนข่มขืนหรือไม่ มีการสอดใส่อวัยวะหรือมีการร่วมเพศจริงหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ควรดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเก็บหลักฐานต่างๆ หากต้องการดำเนินคดีเอาความจากฝ่ายชาย หากลูกอายุไม่เกิน 15 ปี

 

 

3.ชี้ให้เห็นผลเสียของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน และสวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ด้วย

 

 

สอนเรื่อง “เซ็กส์” ให้ลูกอย่างไรดี

 

การสอนที่ดีที่สุด คือ การพูดคุยและให้ความรู้เรื่องเพศศึกษากับลูกตามระดับพัฒนาการ โดยเริ่มได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ ขณะที่กำลังอาบน้ำให้ก็สอนให้เรียกอวัยวะเพศว่า จู๋ หรือ จิ๋ม สอนความแตกต่างของอวัยวะเพศหญิงกับชาย สอนเรื่องการรักนวลสงวนตัว และการทำความสะอาดอวัยวะเพศ เป็นต้น

 

 สอนลูกผู้ชาย การสอนลูกชายคุณพ่ออาจมีบทบาทในการสอนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้ร็จักเรื่องการฝันเปียก การสำเร็จความใคร่ และพาไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ลูกหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นทางเพศ นอกจากนี้ควรสอนเรื่องการวางตัวและการให้เกียรติผู้หญิงด้วย

 

 

 สอนลูกสาว นอกจากคุณแม่จะสอนเรื่องการมีประจำเดือนแล้ว ต้องสอนเรื่องการแต่งกายที่เหมาะสม เนื่องจากการแต่งตัวโป๊ อาจทำให้เป็ฯการยั่วยวนผู้ชายได้ และสอนว่าไม่ควรไปไหนมาไหนกับเพื่อนหรือผู้ชายอื่นสองต่อสอง เพราะเป็นการเสี่ยงต่อการควบคุมอารมณ์ทางเพศไม่ได้ นอกจากนี้ต้องสอนวิธีปฏิเสธด้วย หากเพื่อนผู้ชายขอมีเพศสัมพันธ์ จะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ชายไม่เสียหน้าและไม่ทำร้ายเรา เช่น ยึดหลักการ “หากรักจริงต้องรอได้” เป็นต้น

 

 

ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะสอนเรื่องอะไรก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีภายในบ้าน และเข้าใจและยอมรับวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน การแลกเปลี่ยนความคิดจะทำให้ลูกล้าที่จะเปิดใจรับฟังคำสอนของพ่อแม่ และจะกลับมาปรึกษาหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

 

 

แพทย์หญิงกุลนิดา เต็มชวาลา

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

โรงพยาบาลนครธน

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ