Haijai.com


กว่าจะเลี้ยงดูลูกแต่ละคนให้เติบใหญ่ เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ


 
เปิดอ่าน 568

เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

 

 

การเป็นพ่อเป็นแม่คนไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะเลี้ยงดูลูกแต่ละคนให้เติบใหญ่ อบรมสั่งสอนให้เขาเป็นคนดีของสังคมนั้นก็ถือว่ายากเช่นกัน แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องตกลงกันนั้นก็คือ ทิศทางการตัดสินใจ ที่ต้องไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เพราะการตัดสินใจเกิดขึ้นทุกวัน วันละหลายครั้ง นับตั้งแต่ทานข้าวที่ไหนดี เจอกันกี่โมงดี ลูกเข้าโรงเรียนไหนดี ลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือ ควรซื้อให้ดีไหม และอีกหลายต่อหลายอย่างที่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้เองท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นบ่อเกิดให้ครอบครัวเกิดความขัดแย้งขึ้นได้

 

 

ในสมัยเรียนพวกเราไม่เคยเรียนวิชาเลี้ยงดูลูกครับ ผมยังไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัยไหนสอนเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที แต่ว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคน ทุกชาติ ทุกศาสนาจะต้องพบเจอ เมื่อคนสองคนแต่งงานและมีลูกร่วมกัน แน่นอนว่าคุณต้องศึกษาและทำการบ้านอย่างมาก นับตั้งแต่ซักถามจากพ่อแม่ของเราเอง ถามเพื่อนฝูง ค้นคว้าข้อมูลตามหนังสือหรืออินเตอร์เน็ตฯลฯ หลายท่านก็คงต้องศึกษามาก่อนแล้วถึงเรื่องทำอย่างไรเมื่อส่งลูกเข้าเรียนวันแรก ผมเห็นหลายครอบครัวที่เวลามาส่งลูกวันแรกก็จะอยู่คอยจนลูกร้องไห้จะกลับบ้านด้วย ส่วนมากคุณแม่จะทำใจไม่ได้ต้องเข้าไปปลอบโยนลูก ในเมื่อตอนแรกคุณทั้งสองตัดสินใจกันแล้วว่าถ้าส่งลูกเข้าห้องแล้วจะกลับเลย สิ่งที่ผมต้องการจะเสนอแนะก็คือ การยอมรับในการตัดสินใจที่เราทำไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเรื่องของลูกเรานั้น เราต้องควรกล้าที่จะตัดสินใจและยอมรับในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  แม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะผิดพลาดไปได้บ้าง แต่เราก็ควรต้องยอมรับมัน  ไม่มีใครบนโลกครับที่ตัดสินใจถูกทุกอย่าง ในบางครั้งการตัดสินใจของเราอาจส่งผลกระทบถึงลูกของเรา หรือแม้แต่คนในครอบครัวอย่างคุณพ่อหรือคุณแม่ของเราเอง สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะก็คือการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับลูกควรเป็นหน้าที่ของพ่อและแม่ทั้งคู่ครับ เพื่อคุณทั้งสองจะได้มีส่วนร่วมในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับลูกของคุณ เพื่อคุณจะไม่ต้องมานั่งทะเลาะเบาะแว้งกันว่าไม่ใช่การตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง และคุณทั้งคู่ควรตัดสินใจไปในทิศทางเดียวกัน คุณทั้งสองควรแชร์ความคิดร่วมกัน ยอมรับความแตกต่างในความคิดเห็นของอีกฝ่าย และหาจุดกลางเพื่อที่จะเดินทางต่อไป

 

 

ผมยกตัวอย่างตัวผมเอง ผมทานอาหารมังสวิรัติ ภรรยาผมไม่ใช่ คุณคิดว่าผมควรเลี้ยงลูกให้ทานมังสวิรัติเหมือนผม หรือทานเหมือนแม่ดี มนุษย์ทุกคนย่อมคิดว่าตัวเราเองดีกว่าหรือความคิดเราย่อมดีกว่า จริงไหมครับ แต่ผมและภรรยาต้องมองข้ามจุดนั้นไป เพราะมันไม่ใช่เรื่องระหว่างเราทั้งสอง แต่มันหมายถึงลูกๆ ทั้งสามของเรา หากเรามัวแต่เอาความคิดเราเป็นใหญ่ เราก็จะไม่มีวันตัดสินใจได้เลย ผมกับภรรยาต้องรอมชอมกันว่าเราจะให้เขาทานมังสวิรัติเมื่ออยู่ที่บ้าน เพราะบ้านผมทำอาหารมังสิวิรัติอย่างเดียว หากเขาโตขึ้นและกล้าตัดสินใจเองว่าเขาจะทานอะไร ผมก็จะไม่ว่า ลูกสาวคนโต 6 ขวบของผมทานมังสวิรัติเหมือนผมครับ ส่วนลูกชาย เวลาไปโรงเรียนเห็นเพื่อนทานเนื้อสัตว์ ก็อยากทานกับเขาด้วย ทุกวันนี้ลูกชายผมก็ทานแค่ไก่กับปลา ส่วนลูกสาวคนเล็กผมตั้งใจให้เขาทานปลา เพราะเห็นว่าได้โปรตีนและมีประโยชน์ครับ ภรรยาผมก็หัดทานมังสวิรัติได้เก่งแล้วครับ 

 

 

คุณพ่อคุณแม่ครับ ในเรื่องเกี่ยวกับลูก แน่นอนว่าทุกท่านต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาอยู่แล้ว ดังนั้นการตัดสินใจอะไรก็ตามย่อมเรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการกำหนดทิศทางความเป็นไปของเขาเลยทีเดียว สิ่งที่ต้องระวังก็คือเราไม่ควรให้ลูกต้องได้รับผลกระทบหากคำตัดสินใจของคุณทั้งสองไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลูกของคุณจะฟังใครดีล่ะครับหากพ่อเลือกจะไปทางซ้าย แม่เลือกจะไปทางขวา พ่อบอกดำ แม่บอกขาว พ่อบอกได้ แม่บอกห้าม เด็กก็จะเกิดความสับสน และไม่รู้ว่าจะเลือกไปทางไหนดี เขาจะต้องเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รักกันในท้ายที่สุดครับ หากเรื่องสำคัญนั้นเกี่ยวกับคุณและลูก เมื่อถึงเวลาตัดสินใจคุณทั้งสองก็ควรเลือกทางที่ทำให้คุณและลูกมีความสุข เพราะคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราก็คงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ล่ะครับ  หากไม่ใช่ความสุขของครอบครัว

 

 

อาจารย์ปรมิตร ศรีกุเรชา

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ