Haijai.com


ใหม่ของเราเก่าของคนอื่น


 
เปิดอ่าน 367

ใหม่ของเราเก่าของคนอื่น

 

 

ทางเลือกหนึ่งในยุคสมัยที่ทุกคนต้องช่วยกันรัดเข็มขัดให้กับตัวเอง  พฤติกรรมการเก็บสะสมของรัก (รักษาไว้ให้มันเก่าเก็บ) ดูจะล้าสมัยจนไดโนเสาร์เรียกพี่กันไปเสียแล้ว เพราะในสังคมยุคปัจจุบันสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเก่าเก็บจะถูกเปลี่ยนมือเจ้าของในรูปแบบ “มีสมบัติต้องผลัดกันชม” โดยการนำของเก่ากลับมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

 

วิธีการที่เราจะได้รับของมือ 2 มาอยู่ในครอบครอง คือ

 

1.ได้รับแบบทายาทอสูร การได้รับของมือสองมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะเป็นมรดกตกทอดมาจากพี่คนโตถึงน้องคนเล็ก ซึ่งการได้รับของมือสองวิธีนี้มักจะใช้ในครัวเรือน เป็นวิธีการช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปพร้อมกับช่วยโลกประหยัดทรัพยากรที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้า หรือสิ่งของลง ในขณะเดียวกันถ้าเราใช้ และเก็บรักษาเสื้อผ้า และสิ่งของเหล่านี้อย่างทะนุถนอม นอกจากน้องเราจะได้ใช้แล้ว ยังสามารถเก็บไว้ให้ญาติๆ หรือนำไปบริจาคให้เด็กๆ ที่เขายังต้องการสิ่งของเหล่านี้ ทำให้รู้สึกอิ่มหัวใจเรา แต่อุ่นร่างกายเขาได้อีกด้วย

 

 

2.ซื้อของมือ 2 ครึ่งราคา (ราคาถูกกว่าราคาเดิมเกินครึ่ง) จากร้านขายของมือสอง ซึ่งร้านที่ขายของมือ 2 บางร้านจะมีแต่สินค้าที่ผ่านกาลเวลาทำให้เก่ามาแล้ววางขายอยู่หมดทั้งร้าน หรือบางร้านจะมีทั้งของมือ 2  และสินค้าใหม่แกะกล่องวางขายอยู่  ซึ่งก็แล้วแต่ลูกค้าว่าจะเลือกซื้อสินค้าแบบใด โดยของที่นิยมนำมาขายเป็นของมือ 2 ก็มีตั้งแต่เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงของตกแต่งบ้านชิ้นใหญ่ๆ แต่ของที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้ามือ 2 สภาพดี โดยเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ในปัจจุบันนิยมใช้สินค้ามือ 2 กัน เพราะสินค้าบางชิ้นนอกจากราคาจะย่อมเยา สภาพดีแล้ว สินค้าชิ้นนั้นอาจเป็นสินค้าที่เลิกผลิตไปแล้ว ทำให้เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ไม่ได้ง่ายๆ นัก และที่สำคัญยังช่วยโลกประหยัดทรัพยากรไปในตัวด้วยค่ะ ซึ่งแหล่งเสาะหาของมือสองที่นิยมไปกัน คือ ตลาดรถไฟ, ตลาดนัดวังหลัง, รัชดาไนท์, จตุจักร, โรงเกลือ, ตลาดปัฐวิกรณ์  เป็นต้น

 

 

3.ทำของใหม่ให้ดูเก่าๆ เก๋ๆ เป็นวิธีการทำให้สิ่งของ เสื้อผ้าใหม่ให้ดูเก่าๆ เก๋ๆ อย่างทันตาเห็น โดยไม่ต้องรอให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน (ประมาณว่ารีบ) หรือนำเสื้อผ้า สิ่งของเก่าๆ นำมาตกแต่งใหม่ให้ดูดีในแบบ(แปลก) ตากว่าที่เคย ด้วยการใช้วิธีตกแต่งนิดๆ หน่อยๆ เช่น การทำภาพให้ดูเก่าๆ ให้ได้อารมณ์และบรรยากาศเหมือนอยู่ในสมัยก่อนโดยไม่ต้องรองอเวลาด้วยการใช้สีของกาแฟ และเทคนิคในการเผาขอบกระดาษบางส่วนให้ไหม้เล็กน้อยจะได้ดูเก่ายิ่งขึ้น หรือการดัดแปลงกางเกงเก่าๆ ให้กลายเป็นกระเป๋าใบเก๋โดยใช้วิธีตัดเย็บ เป็นต้น

 

 

แต่ในการซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้ามือ 2 มาใช้เราต้องคำถึงผลกระทบจากสิ่งสกปรก หรือโรคต่างๆ ที่อาจมากับเสื้อผ้ามือ 2 ด้วย เพราะเราไม่สามารถทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้าว่า เจ้าของเดิมของสินค้าชิ้นนั้นป่วยเป็นโรคทางผิวหนัง หรือโรคอันตรายอื่นๆ หรือไม่ นอกจากนี้การขนส่งเสื้อผ้าจำนวนมากที่ถูกอัดแน่นรวมมาด้วยกัน อาจมีความชื้น ทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ตลอดระยะเวลาในระหว่างการขนส่ง ก่อนจะถึงมือผู้ซื้อ ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวเองก่อนนำมาใช้งานได้ในระดับหนึ่ง โดยการทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วยวิธีการ “นำเสื้อผ้ามาต้มในน้ำเดือด” (อาจจะดูโหดร้ายไปนิด แต่ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ) แล้วหลังจากนั้นก็นำมาซักด้วยผงซักฟอกอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับนำไปตากแดดจัดๆ เพื่อให้แสงแดดจากธรรมชาติช่วยฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่ง

 

 

การใช้เสื้อผ้ามือ 2 ที่เปรียบเหมือนมรดกตกทอดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง นอกจากจะช่วยโลกให้ประหยัดพลังงาน ทรัพยากรในขั้นตอนการผลิต และเป็นการช่วยตัวเราให้ประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งของเครื่องใช้เก่าๆ ได้เปล่งประกาย คุณค่าของตัวเองได้อีกครั้งหนึ่ง

(Some images used under license from Shutterstock.com.)